ละครหลังข่าว
posted on 04 Nov 2009 16:15 by xpress
สำหรับคนทำงานทั่วไป
หลังจากที่เลิกงาน และ ทานมื้อเย็นที่หนักหน่วง
กิจกรรมที่หลีกเลี่ยงมิได้เมื่อกลับมาถึงบ้าน คือ การดูทีวี ที่นำเสนอ ละครหลังข่าว ต่อด้วยวาไรตี้บันเทิงต่างๆ
ข้อมูลมากมายทั้งที่ดีและไม่ดี กรองและไม่กรอง ต่างหลังไหลจากจอสี่เหลี่ยมแบนๆ(ในอนาคตอาจจะทำรูปกลมหรือหกเหลี่ยมก็ได้) เข้าสู่สมองของพวกเรา ทุกวี่วัน ค่าที่อย่างน้อยที่สุด จะได้นำไปพูดกับเพื่อนๆได้อย่างรู้เรื่องและกลมกลืน
ดาราคนนั้นเลิกกับไฮโซคนนี้
นักร้องหนุ่มที่ทุกคนคลั่งไคล้ไปเดินเที่ยวกับแก๊งค์กะเทยไต้หวันที่สีลม
นางเอกเริ่มคิดสู้นางร้ายด้วยการตบตีกลับคืน และปฏิญาณที่จะไม่อ่อนแออีก
สาวกลางคนตามหาพ่อชาวต่างชาติที่ไม่ได้เจอมากว่า สี่สิบปี
การประกวดเรียลลิตี้ของ วัยรุ่น เด็ก จนอีกหน่อยอาจขยายตลาดไปถึง การประกวดร้องเพลงของสัตว์
....
นั่นคือ ข้อมูลหลักที่คนทำงานรับรู้ ในชีวิตหลังจบการศึกษาใช่หรือไม่?
และนอกจาก นิตยสารซุบซิบแฉดารา นิยายรักหวานแหวว พวกเราเสียเงินให้กับหนังสืออื่นๆบ่อยแค่ไหนกัน?
หลายคนอ้างว่า อ่านหนังสือ เสียเวลา รับความรู้ตรงๆจากทีวีเลย ง่าย และสะดวกที่สุด
ใช่หรือไม่ที่พวกเรา ตอนนี้ เติบโตมากับ แนวคิด"ง่ายเข้าไว้" มาโดยไม่รู้ตัว
จนทำให้คนทำสื่อคิดว่า "อะไรก็ได้ที่ขายง่ายๆ" น่าจะเหมาะกับคนไทยมากกว่า
ใครจะปฏิเสธบ้างว่า รายการที่ สุทธิชัย หยุ่น วิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ
ไม่อาจเรียกความสนใจได้เท่ากับช่วงเม้าท์ดาราโดยพิธีกรที่แต่งกายวาบหวิว
เป็นอย่างนี้เสมอมา และได้แต่ภาวนาว่า จะไม่เป็นอย่างนี้ตลอดไป
บางที การละสายตาจาก ฉาก เลิฟซีนของคู่พระนางที่กล้องจับไปที่โคมไฟหัวเตียง
หรือ ภาพกลุ่มนางร้าย"แสดงกริยาเกินจริง" กลั่นแกล้งนางเอก ออกไปบ้าง
และ มองมาที่ หนังสือเก่าที่ไม่เคยคิดจะหยิบกลับมาอ่านในลิ้นชัก
อาจจะเปิดโลกให้เราได้มากกว่าเสียงกรีดร้องหรือหน้าอกหน้าใจ ได้อย่างคาดไม่ถึงก็ได้
ใครจะไปรู้...